Member Login

 Username
 
 Password
 
 

ลืมรหัสผ่านคลิกที่นี่
สมัครสมาชิกใหม่

 

.
Main Manu

.
เคล็ดลับการสมัครงาน

 
LINK แนะนำ

 
หน่วยงานในขอนแก่น

 
เกี่ยวกับเมืองหมอแคน

 
แหล่งท่องเที่ยว

 
บทความน่ารู้

 
สลากกินแบ่งรัฐบาล

 
แลกลิ้งค์เพื่อนบ้าน

ขอนแก่นจ็อบดอทคอม::แหล่งรวมงานในจังหวัดขอนแก่น หางานขอนแก่น  ฝากประวัติ  งานราชการ  งานเอกชน  งานบริษัททั่วไป  ค้นหางาน สมัครงาน ลงประกาศฟรี แหล่งท่องเที่ยว เรารักขอนแก่น ข่าวสาร สาระดีๆสังคมออนไลน์ของชาวขอนแก่น

เว็บมาสเตอร์ท่านใดนำแบนเนอร์ของไปติดแล้ว แจ้งทางเราได้ที่นี่ คลิก

  Page Rank

 
  

    ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ขอนแก่นจ็อบดอทคอม เว็บหางาน สำหรับชาวขอนแก่น....www.khonkaen-jobs.com



    ประวัติหลวงพ่อพระลับ  

             พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ 1 (พศ. 2077 - พ.ศ. 2114) เป็นกษัตริย์ครองเมืองหลวงพระบาง เมื่อพม่ายกทัพมาตีเมืองหลวงพระบาง พ.ศ. 2090 พระองค์อพยพไปตั้งเมืองหลวงใหม่ ชื่อ "เวียงจันทน์บุรีศรีสัตนาค" การอพยพครั้งนี้ได้นำพระแก้วมรกต พระบาง พระพุทธรูปองค์อื่นๆไปด้วย ซึ่งพระพุทธรูปทั้งหมดสร้างในสมัยเชียงแสน เชียงใหม่ และสมัยพระเจ้าโพธิสารมหาธรรมิกราชาธิราช (พ.ศ. 2063 - พ.ศ. 2090) จากการศึกษาพระพุทธลักษณะจึงสันนิษฐานว่า "หลวงพ่อพระลับ" สร้างขึ้นโดย "พระเจ้าโพธิสาร พระมหาธรรมิกราชาธิราช" ประมาณ ปี พ.ศ. 2068 ณ นครหลวงพระบาง เมื่อ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ 1 สวรรคต พ.ศ. 2114 พระเจ้าศรีวรมงคล ผู้น้องขึ้นครองราชสืบมา พระนามว่า "พระยาธรรมิกราช" (พ.ศ. 2134 - พ.ศ. 2165) มีโอรส 1 คน ชื่อ "เจ้าศรีวิชัย"
 
             เมื่อพระยาธรรมิกราชสิ้นพระชนม์กลุ่มของ พระยาแสนสุรินทร์ขว้างฟ้า ยึดเมืองเวียงจันทน์ได้ เจ้าศรีวิชัยจึงหลบหนีพร้อมนำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ไม่ทราบจำนวน ซึ่งมี "หลวงพ่อพระลับ" รวมอยู่ด้วย ไปอาศัยอยู่กับท่านพระครูหลวง(เจ้าอาวาสวัดโพนสะเม็ด) เจ้าศรีวิชัยมีโอรสอยู่ 2 คน คือ "เจ้าแก้วมงคล หรือ อาจารย์แก้ว หรือ แก้วบูธม" และ "เจ้าจันทร์สุริยวงศ์"   พ.ศ. 2233 ท่านราชครูหลวงได้อพยพชาวเวียงจันทน์บางส่วนประมาณ 3,000 คน ไปบูรณปฏิสังขรณ์ "พระธาตุพนม" แล้วพาครอบครัวเวียงจันทน์ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ดอนโขง เนื่องจากท่านราชครูได้รับความเคารพจากประชาชนมาก สองพี่น้องชื่อ นางเพา นางแพง ซึ่งปกครองดูแลเมืองจำปาศักดิ์ จึงได้อาราธนาท่านให้ไปอยู่ที่นครจำปาศักดิ์ เพื่อปกครองบ้านเมืองให้ได้รับความสุข เมื่อท่านไปปกครองได้ขยายอาณาเขตนครจำปาศักดิ์ให้กว้างขวางออกไป และสร้างเมืองใหม่ ไม่ขึ้นต่อเมืองเวียงจันทน์ และหลวงพระบางได้อัญเชิญ "เจ้าหน่อกษัตริย์" หรือ "เจ้าหน่อคำ" มาเสวยราชสมบัติ เป็นกษัตริย์ปกครองนครจำปาศักดิ์ใหม่ ทรงพระนามว่า "เจ้าสร้อยศรีสมุทรพุทธางกูร" (พ.ศ. 2256 - พ.ศ. 2280) และได้ให้ "อาจารย์แก้ว หรือ เจ้าแก้วมงคล หรือ เจ้าแก้วบูธม" อพยพครอบครัวพร้อมประชาชนพลเมือง นำเอาพระพุทธรูปเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ที่นำมาจากเวียงจันทน์ ไปสร้างเมืองทง หรือ "เมืองสุวรรณภูมิ" (ปัจจุบันคือ อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด) เจ้าแก้วมงคล ได้เป็นเจ้าเมืองสุวรรณภูมิคนแรก (พ.ศ. 2256 - พ.ศ. 2268) จากนั้นก็มีเจ้าเมืองสืบต่อมาจนถึง พ.ศ. 2326 "ท้าวภู" ได้เป็นเจ้าเมืองสุวรรณภูมิได้รับบรรดาศักดิ์เป็น "พระรัตนวงษา" ได้แต่งตั้งให้ลูกชาย "ท้าวศักดิ์" ไปดำรงตำแหน่ง "เมืองแพน" มียศเป็น "เพีย" เทียบเท่าพระยาฝ่ายทหาร ให้ไปตั้งรักษาการณ์อยู่ริมแม่น้ำชี สถานที่นั้น เรียกว่า "ชีโหล่น" ต่อมาถึง พ.ศ. 2332 ก็ได้รับคำสั่งให้ไปตั้งแห่งใหม่ชายแดนด้านเหนือเขตเมืองสุวรรณภูมิกับเขตเมืองร้อยเอ็ดในขณะนั้น "ท้าวศักดิ์" ซึ่งมีตำแหน่ง "เพียงเมืองแพน" ก็อพยพประชาชนพลเมือง ประมาณ 330 ครอบครัว พร้อนำเอาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ไปไว้เคารพสักการะเป็นมิ่งขวัญเมืองด้วย เห็นว่าตรง "บึงมีต้นบอนเกิดขึ้นมาก เป็นทำเลดีอยู่ใกล้ลำน้ำชี สองฝั่งบึงเป็นเนินสูงน้ำท่วมไม่ถึง จึงตั้งบ้านใหม่เรียกว่า "บ้านบึงบอน" และได้ก่อสร้างหลักเมืองฝั่งตะวันตกบึง (ปัจจุบันอยู่ที่ "คุ้มกลาง" เมืองเก่า) เมื่อสร้างบ้านเรือนอยู่อาศัยเรียบร้อยแล้ว จึงได้สร้างวัดขึ้น 4 วัด คือ "วัดเหนือ" ให้เจ้าเมืองและลูกไปทำบุญอุปัฎฐาก "วัดกลาง" ให้เสนาอำมาตย์พร้อมลูกหลานไปทำบุญอุปฎฐาก "วัดใต้" ให้ประชาชนพลเมืองทั่วไปทำบุญอุปัฎฐาก "วัดถ่าแขก" หรือ "ท่าแขก" อยู่ฝั่งบึงด้านทิศตะวันออก สำหรับพระภิกษุอาคันตุกะจากถิ่นอื่นๆ มาพักประกอบพุทธศาสนพิธี(ปัจจุบันเป็นศาลเจ้าบ้านโนนทัน) ในการสร้างวัดต่างๆ หรือ "หอ" , "โฮ่ง" ปูชนียสถานทางพุทธศาสนาของชาวลาวล้วนชำนาญการใช้วัสดุก่อสร้าง วัดที่สร้างด้วยไม้จึงไม่แข็งแรงมั่นคง จึงได้นำเอาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดไปซ่อนไว้โดยถือเป็นความลับเพราะกลัวขโมย หรือพวกอันธพาลมาลัก มาทำลาย เมื่อสร้างวัดเหนือแล้วจึงสร้างธาตุมีอุโมงค์ภายในนำเอาพระพุทธรูปไปเก็บซ่อนไว้อย่างลับที่สุด รู้แต่เจ้าอาวาสวัดเหนือเท่านั้น คนทั้งหลายจึงเรียกว่า "พระลับ" หรือ "หลวงพ่อพระลับ" สืบมาจนถึงทุกวันนี้ จนกระทั่ง พ.ศ. 2340
              พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีพระบรมราชโองการยกฐานะบ้านบึงบอนขึ้นเป็น "เมืองขอนแก่น" ตั้งให้ "ท้าวศักดิ์" ซึ่งเป็น "ท้าวเพียเมืองแพน" เขตเมืองสุวรรณภูมิเป็นเจ้าเมืองขอนแก่นคนแรกมีนามว่า "พระนครศรีบริรักษ์" ส่วนการปกปิดพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ไว้ในธาตุไม่มีใครเห็นจึงไม่ทราบว่ามีลักษณะอย่างไร เมื่อกล่าวถึงพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์นี้ก็เรียกว่า "พระลับ" คนรุ่นต่อมาขยายบ้านเมืองมาตั้งบ้านขึ้นใหม่ด้านเหนือเมืองเก่าจึงเรียกว่า "บ้านพระลับ" ทางราชการย้ายมาตั้งที่ว่าการอำเภอเรียกว่า "อำเภอพระลับ" อยู่ในท้องที่ "บ้านพระลับ" เป็น "ตำบลพระลับ" ย้ายศาลากลางมาตั้งที่บ้านพระลับเรียกว่า "จังหวัดขอนแก่น" ปัจจุบันพระลับกลายเป็นเทศบาลเมืองขอนแก่น เหลือเป็นอนุสรณ์ "ตำบลพระลับ" อยู่ทางตะวันออกเมืองขอนแก่น เมื่อได้เป็นจังหวัดขอนแก่นแล้ว วัดเหนือเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดธาตุ"(พระอารามหลวง)" " วัด" คงชื่อเดิม "วัดใต้" ตั้งอยู่ริมหนองน้ำที่มีต้นแวงขึ้นมากจึงเรียกว่า "วัดหนองแวง"(พระอารามหลวง) กลางครั้นถึงสมัย "หลวงปู่พระเทพวิมลโมลี" (เหล่า สุมโน) เป็นเจ้าอาวาส และรองเจ้าคณะภาค 9 (มหานิกาย) รองอธิการบดี มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วิทยาเขตขอนแก่น ท่านมีอายุได้ 86 ปี เกรงว่าต่อไปจะไม่มีใครรู้จัก "หลวงพ่อพระลับ" ท่านจึงได้เชิญ "นายกวี สุภธีระ" ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น มาเป็นสักขีพยานเปิดเผยพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์นี้ให้เป็นพระพุทธรูปคู่เมืองขอนแก่น ให้สาธุชนรู้จักและทำพิธีเป็นทางการ เมื่อวันออกพรรษาปี 2537 ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 10 ปีจอ ( 18 ตุลาคม พ.ศ. 2537) นาม "หลวงพ่อพระลับ" จึงเป็นที่รู้จักและได้รับความเคารพสักการะบูชาของพุทธศาสนิกชนตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
 
  ::ขอนแก่นจ็อบดอทคอม::แหล่งรวมงานในจังหวัดขอนแก่น หางานขอนแก่น  ฝากประวัติ  งานราชการ  งานเอกชน  งานบริษัททั่วไป  ค้นหางาน สมัครงาน ลงประกาศฟรี แหล่งท่องเที่ยว เรารักขอนแก่น ข่าวสาร แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดขอนแก่น คำขวัญจังหวัดขอนแก่น พระธาตุขามแก่น เสียงแคนดอกคูน ศูนย์รวมผ้าไหม ร่วมใจผูกเสี่ยว เที่ยวขอนแก่นนครใหญ่ ไดโนเสาร์สิรินธรเน่ สุดเท่เหรียญทองมวยโอลิมปิก

Home     Site map     Contact us     Adsvertisment      Register      Webboard    Travel     Article     Khonkaen